เรียนออนไลน์อย่างไรให้สนุก

เมื่อไม่มีใครรับประกันได้ว่าสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 จะหยุดการแพร่กระจายและจบลงเมื่อใดแต่การศึกษาต้องดำเนินต่อไป อีกทั้งมาตรการ Social Distancing ทำให้ปฏิเสธการเรียนออนไลน์ในสภาวะเช่นนี้ไม่ได้เลย ลักษณะการเรียนที่เป็นออนไลน์ ส่วนใหญ่เป็นการผสมผสานทั้งการเรียนผ่านหน้าจอและการลงมือทำ แต่มักจะเกิดคำถามตามมาเสมอว่าระบบการศึกษาไทยพร้อมรับมือกับการเรียนออนไลน์แล้วหรือยังเราจะเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนออนไลน์ได้เช่นไร? แม้แต่ตัวผู้เรียนเองก็เกิดคำถามว่า เรียนออนไลน์อย่างไรให้รู้เรื่อง?  เรียนออนไลน์อย่างไรให้สนุก? คำถามเหล่านี้จะหมดไปหากมีการวางแผน ปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์

 

 

ครูพร้อมสอน นักเรียนพร้อมลุย

นักเรียนจะเรียนรู้ได้ดี ครูผู้สอนก็มีส่วนสำคัญมาก ยิ่งเป็นการเรียนออนไลน์ด้วยแล้วการดึงสมาธินักเรียนให้อยู่ในคลาสเรียนให้จบ ยิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้น ครูจะต้องมีความชำนาญในการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ  ไม่ให้เป็นอุปสรรคระหว่างการเรียนการสอน ยิ่งถ้าคุณครูมีเทคนิคที่ดี สอนแบบเป็นกันเองสบายๆ แอบหยอดมุกให้ในคลาสมีเสียงหัวเราะ เพิ่มสีสันให้กับการเรียน เนื้อหาที่สอนควรเป็นเนื้อหาที่ย่อยมาแล้ว เช่น สอนสูตรลัด หรือทริคการจำเนื้อหา ครูที่มีเทคนิคเด็ด ๆ ดี ๆ มาฝากแบบนี้ จะทำให้เด็กรู้สึกว่า การเรียนเป็นเรื่องสนุก แล้วก็ทำความเข้าใจตามได้ไม่ยากนัก ครูสามารถสอดแทรกประสบการณ์เรื่องเล่านอกตำราได้ เวลาครูสอนเรื่องไหนแล้วสอดแทรกเรื่องราวชีวิตคนอื่นที่เป็นแรงบันดาลใจให้ข้อคิดเพราะความรู้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน ประสบการณ์ชีวิตต่างหากที่ยั่งยืน การเรียนออนไลน์จะสนุกเพิ่มขึ้นถ้าครูรู้จักการจับเทรนด์โซเชียลมีเดียมาเพิ่มลูกเล่นในการสอน เพิ่มท้าทายขึ้นไปอีก เช่น TikTok พื้นที่สร้างสรรค์วิดีโอสั้น แพลตฟอร์มใหม่ที่กำลังมาแรงระดับโลก ไม่ใช่มีแค่ความสนุกอย่างเดียว โดยก่อนหน้านี้เกิดกระแสมาแรงที่บุคลากรการแพทย์ใช้แพลตฟอร์ม TikTok สอนประชาชนให้รู้จักวิธีดูแลตัวเองในสถานการณ์โควิด ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ให้ล้างมือบ่อย ๆ ครูอาจนำแพลตฟอร์มนี้มาช่วยทำสื่อการสอนเป็น วิดีโอสั้น ๆ ให้นักเรียนสนุกพร้อมทั้งได้ความรู้ควบคู่กัน ฟากฝั่งนักเรียนเองการเตรียมพร้อมสำหรับเรียนออนไลน์ให้สนุกไม่ยากอย่างที่คิดสามารถสรุป ได้ 5 ข้อดังนี้

 

1. ตั้งเป้าหมายในการเรียน ลองทำแผนการเรียนขึ้นมา

การเรียนครั้งนี้จะมีความหมายยิ่งขึ้น ก่อนอื่นลองตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่าเราเรียนรู้สิ่งนี้ไปเพื่ออะไรเรามีเป้าหมายยังไงกับการเรียนครั้งนี้มีอะไรที่เราอยากรู้เกี่ยวกับวิชานี้ จะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรเพื่อตัวเองบ้างจากนั้นลองทำแผนการเรียนสำหรับเป้าหมายนี้ขึ้นมาแล้วทำตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ให้ได้แค่นี้เอง

2. ทำทุกอย่างให้เหมือนเรียนในห้องเรียนจริง ๆ

เราจึงต้องสร้างความรู้สึกให้ตัวเอง คิดว่านี่คือการเรียนเหมือนในห้องเรียนจริง ๆ ไปเลย ลองจัดตารางเรียนให้เป็นเวลา ใส่มันลงไปในแพลนชีวิตประจำวันจริง ๆ ต้องเรียนคอร์สนี้ทุกวันไหน ช่วงเวลากี่โมง แล้วทำตามเวลานั้นเหมือนกับว่าต้องไปเข้าคลาสที่ต้องเช็คชื่อจริง ๆ ก็จะช่วยให้เราเรียนได้ตามแผนมากขึ้น

3. ชวนเพื่อนเปิดหน้าจอมาเรียนออนไลน์ไปพร้อมกัน

เพราะเราต้องห่างกันสักพัก และถึงจะอยู่คนละบ้าน วิธีที่ง่ายที่สุดคือ โทรปลุกเพื่อนมานั่งเรียนออนไลน์พร้อมกันเลย เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้กันเอง หลังจากเรียนเสร็จแล้วก็แลกเปลี่ยนความรู้กันได้ผ่านห้องแชทต่าง ๆ หากไม่เข้าใจที่เรียนไปก็สอบถามอาจารย์เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องที่ยังไม่เข้าใจได้ด้วย

4. สร้างบรรยากาศการเรียนให้น่าเรียน

เมื่อไหร่ที่เรามีสมาธิ สมองจะโฟกัสกับการเรียนได้ดีขึ้น ซึ่งแต่ละคนอาจจะมีเทคนิคที่ไม่เหมือนกัน ลองหาวิธีที่เหมาะกับตัวเองดูรวมถึงกำจัดสิ่งรบกวนรอบตัว นึกเสมองว่าตอนนี้กำลังเรียนก็คือเรียน ไม่แนะนำให้ทำอย่างอื่นไปพร้อมกันด้วย เพราะอาจจะลดประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจเนื้อหาของเราได้ เช่น เปิดคลิปเรียนไป ดูทีวีไปด้วย ทำงานบ้านไปด้วย ออกกำลังกายไปด้วย อาจจะฟังได้ก็จริง แต่ก็จะไม่ได้รู้สึกโฟกัสเต็มที่กับเนื้อหาจริง ๆ

5. ให้รางวัลตัวเอง

เพื่อให้การเรียนในครั้งนี้ไม่เครียดจนเกินไป หรือช่วยสร้างแรงจูงใจให้เรารีบทำให้สำเร็จได้ดั่งใจด้วย เมื่อทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้แล้ว หรือเรียนจบตามที่ตั้งใจไว้ ก็อย่าลืมที่จะให้รางวัลตัวเองเมื่อทำสำเร็จบ้างนะ อย่างน้อยเป็นกำลังใจเล็ก ๆ ให้ตัวเองมีแรงพัฒนาตัวเองต่อไป อย่างเช่น สั่งอาหารที่ชอบมาทานที่บ้าน ดูหนัง หรือซีรี่ย์ที่กำลังฮิต ก็เป็นรางวัลที่ดีในช่วงนี้ที่เราต้องห่างกันนะ

               การเรียนออนไลน์ให้สนุกไม่ใช่เรื่องยากหากรู้จักปรับตัว จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 นี้ เสมือนเป็นเร่งปฏิกิริยาการเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนในอนาคตให้เร็วขึ้น ถึงอย่างไรก็ตามครูผู้สอนและนักเรียนเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า โหยหาบรรยากาศการเรียนการสอนแบบเดิม ที่ทุกคนมีปฏิสัมพันธ์กัน นักเรียนเรียนรู้และเติบโตพร้อมกับเพื่อน ๆ วัยเดียวกันในสังคม หากรอเพียงแต่สถานการณ์ให้ดีขึ้นในอนาคต เราอาจจะเห็นรูปแบบห้องเรียนผสมผสาน ทั้งการเรียนแบบดั้งเดิมและการเรียนออนไลน์ควบคู่กันไปอย่างสมบูรณ์  

 

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง

บทความจาก ThaiMMTC: https://www.facebook.com/ThaiMMTCFan/posts/3112288025468995/

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ติชม


ต้องการให้คะแนนบทความนี้่ ?

สร้างโดย :


lib

สถานะ : ผู้ช่วยผู้ดูแลระบบ
ไม่ระบุ