ความตระหนักรู้ Self Awareness

Self-Awareness คืออะไร? สำคัญกับชีวิตเราอย่างไร?

  • Self-awareness คือ ความสามารถในการมองเห็นตัวเองและตระหนักถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้อย่างชัดเจน ผ่านการรับรู้และเข้าใจสภาวะต่างๆ

  • Self-awareness ช่วยทำให้เรามีความสุขและมีการพัฒนาตัวเอง ทั้งในเรื่องชีวิตส่วนตัวและการทำงานได้

  • เราสามารถฝึกฝนทักษะนี้ได้จากกิจกรรมที่ช่วยสังเกตตนเองเช่น การสะท้อนตัวเอง การเขียนบันทึก หรือเจริญสติ

มนุษย์เรานั้นอยากมีความสุข เรามักจะมีความสุขเมื่อมีคนรู้ใจ รู้ว่าเราต้องการอะไร ชอบอะไร แต่หลายครั้งที่เรากลับไม่รู้ว่าความสุขของตัวเองคืออะไร

แล้วคุณเคยตระหนักถึงความสุข การรับรู้ และการมีอยู่ของมันในจิตใจคุณบ้างหรือไม่? Self-awareness เป็นคำตอบที่ช่วยทำให้เราสามารถทำความเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้

 

Self-Awareness คืออะไร?

Self-awareness คือ ความสามารถในการมองเห็นตัวเองและตระหนักถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้อย่างชัดเจน ผ่านการรับรู้และเข้าใจสภาวะต่างๆ เช่น

  • อารมณ์ ความรู้สึก

  • ประสบการณ์ ความสามารถ

  • ความคิด

  • การรับรู้ทางร่างกาย

โดยที่ self-awareness อาจแปลในภาษาไทยได้ว่า ความตระหนักรู้ภายในตนเอง ซึ่งหมายถึง การตระหนัก รับรู้สิ่งต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว หรือกำลังเกิดขึ้น

ความแตกต่างระหว่าง Self-Awareness และจิตสำนึก (Consciousness)

หลายคนอาจสับสนระหว่างความตระหนักรู้ภายในตัวเอง (self-awareness) กับจิตสำนึก (consciousness) เพราะทั้งสองสิ่งนี้ใกล้เคียงกันมาก

  • จิตสำนึก (consciousness) คือ ความรู้สึกตัว ที่ทำให้เรามีการรับรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ความคิด ประสบการณ์ และสภาพแวดล้อมภายนอก

  • ความตระหนักรู้ภายในตัวเอง (self-awareness) เป็น การรับรู้สิ่งต่างๆ เหมือนที่จิตสำนึกสามารถทำได้ แต่มากไปกว่านั้นยังรับรู้ไปอีกด้วยว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่เป็นผู้รับรู้ ผู้กระทำสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ตัวอย่างเช่น ภายใต้จิตสำนึกของเรา เรามีความรู้สึกตัวที่จะคิด และรับรู้เรื่องที่คิด แต่เมื่อเรามีความตระหนักรู้ภายในตัวเองแล้วเราจะพบว่านอกจากจะมีสิ่งที่กำลังคิด เราจะรู้ว่ามีตัวเราซึ่งกำลังคิด อยู่ด้วย

 

ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความตระหนักรู้ภายในตัวเอง (self-awareness) โดยนักจิตวิทยาชื่อ Shelley Duval และ Robert Wicklund ในปี ค.ศ. 1972 ได้อธิบายเกี่ยวกับความตระหนักรู้ภายในตัวเองว่ามันคือรูปแบบหนึ่งของการประเมินตนเอง (self-evaluation) ซึ่งเป็นการกระทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันทั่วไป ในขณะเดียวกันก็ให้ความสนใจไปกับตัวตนภายใน (inner self) ด้วยว่าตอนนั้นตัวตนภายในกำลัง คิด รู้สึก หรือพูดอะไรออกมาบ้าง

เมื่อเรากำลังอยู่ในสภาวะที่ประเมินตนเอง (self-evaluation) จะมีเสียงหรือความรู้สึกออกมาว่าเราควรจะทำอะไร? สิ่งที่ทำอยู่ดีพอหรือไม่? ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้ความตระหนักรู้ภายในตัวเอง (self-awareness) เป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมตัวเอง และกระบวนการตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะสมเพื่อบรรลุเป้าหมายของตัวเอง

Self-Awareness สำคัญอย่างไร?

การตระหนักรู้ตนเองช่วยทำให้เราสามารถเท่าทันเสียงความคิด อารมณ์ความรู้สึก และทัศนคติที่เรามีต่อสิ่งต่างๆ ได้ โดยการเท่าทันสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เรารู้ตัวและสามารถเลือกกระทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตามที่ต้องการได้

 

ตัวอย่างเช่น เมื่อเราออกไปทำงานในสภาพแวดล้อมที่รถติด หรือโดนคนแซงคิวระหว่างขึ้นรถไฟฟ้า ตอนมาถึงที่ทำงานหากเราไม่มี self awareness มากเพียงพอที่จะตระหนักถึงความรู้สึกของตัวเอง อาจจะแสดงความโมโห หงุดหงิด จนไปว่าเพื่อนร่วมงาน ด่าลูกน้องอย่างไม่รู้ตัว โดยแยกไม่ออกว่าสิ่งที่เราโมโหเกิดจากงานที่ทำหรือที่เราโดนแซงคิวกันแน่

 

นอกจากนี้ self-awareness ยังสามารถช่วยให้เราลดความกังวลได้ เพราะการตระหนักรู้ถึงความคิดที่กำลังเกิดขึ้นจะช่วยทำให้เราเห็นที่มาที่ไปของความกังวล และสภาวะอารมณ์หลังจากนั้น จนเมื่อเราเห็นความคิดและสภาวะทางอารมณ์ซ้ำไปซ้ำมาแล้ว เราจะพบว่ามีรูปแบบ (pattern) บางอย่างที่เกิดขึ้นจนนำไปสู่ความเครียด ความกังวล จนกระทั่งทำให้เรามีความกรุณาในตัวเอง (self-compassion) ได้

 

การตระหนักรู้ในตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญทั้งในเรื่องชีวิตส่วนตัวและประสิทธิภาพในการทำงาน เพราะจะช่วยให้เราสามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและเลือกตัดสินใจได้

ประโยชน์ของการตระหนักรู้ในตนเอง

ในช่วงแรกมีเพียงไม่กี่รายงานที่ศึกษาเกี่ยวกับความตระหนักรู้ในตัวเอง แต่ในระยะหลังงานวิจัยจำนวนมากพบว่าความตระหนักรู้ในตัวเองมีประโยชน์มากกว่าการเป็นส่วนหนึ่งในกลไกที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมตัวเองเช่น

  • การพัฒนาตัวเอง โดยความตระหนักรู้ภายในตัวเองสามารถทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น สร้างการยอมรับในตัวเอง และนำไปสู่การพัฒนาตัวเองที่มีประสิทธิภาพ (จาก Sutton ในปี ค.ศ. 2016)

  • ช่วยเพิ่มทักษะ empathy เพราะ self-awareness ช่วยทำให้เรามองเห็นความคิดของตัวเอง ทำให้เราสามารถแยกแยะได้มากขึ้นว่าอะไรเป็นความคิดของตัวเอง เพื่อที่จะเข้าใจคนอื่นและมี empathy กับคนอื่นได้มากขึ้น (จาก Silvia & O’Brien ในปี ค.ศ. 2004)

  • นำไปสู่การตัดสินใจที่ดีขึ้น จากการเท่าทันอารมณ์ของตัวเองขณะที่ตัดสินใจ และการเท่าทันความคิดของตัวเอง ที่จะรบกวนการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ (จาก Ridley, Schutz, Glanz, & Weinstein ในปี ค.ศ. 1992)

  • การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น ช่วยทำให้มีการสื่อสารที่ดีขึ้นในที่ทำงาน เพิ่มความมั่นใจในตัวเอง และการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น (จาก Sutton, Williams, & Allinson ในปี ค.ศ. 2015).

  • Self-awareness เป็นคุณสมบัติที่สำคัญในการรู้จักตัวเอง โดยคำถามเหล่านี้สามารถช่วยทำให้เราได้พัฒนาทักษะการตระหนักรู้ในตัวเองไปพร้อมๆ กับการรู้จักตัวเอง

     

    1. คุณมีนิสัยเป็นอย่างไร?

    การรู้ลักษณะนิสัยของตัวเองว่าตนเองเป็นคนอย่างไร ชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยการสังเกต ซึ่งการรู้จักนิสัยตัวเองสามารถทำได้ง่ายขึ้นเมื่อมีมองผ่านุมมองต่างๆ เช่น สัตว์ 4 ทิศ, ปัญญา 3 ฐาน หรือ 5 ภาษารัก สิ่งเหล่านี้จะทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้นและสามารถช่วยทำให้เราพัฒนาไปในทางที่ดีได้

     

    2. คุณมีเป้าหมายในชีวิตอะไร?

    เป้าหมายชีวิตไม่ใช่สิ่งที่ค้นหากันได้เพียงชั่วข้ามคืนหรือการนั่งคิดไตร่ตรอง แต่โดยมากกลับเป็นการสะท้อนมุมมองและประสบการณ์ที่คุณได้ผ่านมา

     

    สำหรับคนที่ยังไม่มีเป้าหมายในชีวิต การค้นหาเป้าหมายในชีวิต อาจต้องใช้ระยะเวลาและช่วยทำให้เราค่อยๆ เรียนรู้ตัวเองได้

     

    3. คุณมีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง?

    นอกจากการรับรู้นิสัย ความชอบ และความไม่ชอบของตัวเองแล้ว การเห็นข้อดีและข้อเสียของตัวเองก็เป็นวิธีที่ทำให้เรารู้จักตัวเองได้ดีขึ้น

     

    ข้อดีและข้อเสียมีอยู่หลายแบบ บางสิ่งอาจขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ไม่ได้เป็นข้อดีข้อเสียที่ตายตัว แต่การตระนักว่าคุณมีข้อดีข้อเสียในสถานการณ์นั้นๆ อย่างไร จะช่วยทำให้คุณได้เกิดการพัฒนาขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง