ปรับนิสัยทางอารมณ์

ปรับนิสัยทางอารมณ์ของคุณ

 

*  พยายามลดระดับความเครียด. ไม่มีใครที่ไม่เครียด แต่สิ่งสำคัญคือต้องอยู่กับความเครียดให้ได้สบายๆ โดยไม่ให้มันกลืนกินชีวิตคุณ

  • หากเป็นกังวลกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ให้ฝึกสติ และรักษาสุขภาพ คุณจะเข้มแข็งขึ้นในการรับมือกับวันที่มีเรื่องแย่ๆ เข้ามา
  •  
  • ใช้ความเห็นคนอื่นเป็นโอกาสในการเรียนรู้. ลองดูว่าคุณปรับปรุงตัวในเรื่องอะไรได้บ้าง คนที่ตอบสนองกับความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ได้ดีมีแนวโน้มที่จะได้เรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จมากกว่า
  • ฝึกขอความเห็นที่เป็นประโยชน์จากเพื่อนๆ หรือเพื่อนร่วมงานที่คุณเชื่อใจ เล่าให้พวกเขาฟังเกี่ยวกับแง่มุมในชีวิตคุณที่คุณรู้สึกว่าปลอดภัยที่จะใช้เป็นหัวข้อสนทนา และขอให้พวกเขาวิจารณ์คุณในทางที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ เพื่อที่ว่าคุณจะได้มีความเคยชินกับการได้รับข้อคิดเห็นและนำสิ่งเหล่านั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับตนเอง
  • ตัวอย่างเช่น ให้เพื่อนร่วมงานดูตารางที่คุณทำขึ้นมาในที่ทำงาน และขอข้อมูลในการปรับปรุงงานชิ้นนี้ เพื่อให้งานมีประสิทธิภาพดีขึ้น หรือทำอาหารจานโปรดสักจานให้เพื่อนทาน และขอความเห็นเกี่ยวกับการนำเสนออาหารและการจัดจาน
  •  
  • ควบคุมชีวิตตัวเอง. ให้แน่ใจว่าคุณจะไม่หาข้อแก้ตัวให้กับสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิต แทนที่จะทำเช่นนั้น จงปรับตัว มั่นใจ และเลิกแก้ตัว
  • สร้างความสามารถในการแก้ปัญหา เขียนสิ่งที่รบกวนจิตใจออกมา ระดมสมองเพื่อหาวิธีต่างๆ ที่คุณสามารถใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา ประเมินข้อดีข้อเสียของแต่ละแนวทาง นำไปใช้ดู และประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
  •  
  • รู้จักคัดสรร. ดึงบทเรียนที่มีประโยชน์จากเหตุการณ์แย่ๆ และสถานการณ์ต่างๆ โดยไม่มัวแต่จมเจ่าอยู่กับปัญหาอย่างเดียว ข้อมูลอื่นที่ไม่เป็นประโยชน์ก็อย่าไปสนใจ
  • เช่น หากเช้าวันหนึ่งคุณไปทำงานสาย และเจ้านายมาพูดจาประชดเสียดสี ให้สนใจกับด้านที่จับต้องได้และใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้น เช่น ความตรงต่อเวลา และไม่ต้องสนใจคำพูดที่มาจากอารมณ์โกรธ
  •  

 

      จำไว้ว่าโลกไม่ได้ทำร้ายคุณ. เปลี่ยนมุมมองเพื่อเปิดรับความโอกาสและลดความคิดด้านลบที่มักเกิดเอง

  • หากคุณเปลี่ยนมุมมองและมองสิ่งต่างๆ ที่คุณค่าของสิ่งๆ นั้น คุณอาจจะเข้าใจว่าบางคนที่พลาดนัดดื่มกาแฟกับคุณ อาจไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้คุณรู้สึกแย่ แต่อาจเป็นเพราะมีเรื่องด่วนที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น และเขาดันลืมโทรบอกคุณ
  •  
  • ฝึกสร้างความรู้สึกขอบคุณ. การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า กุญแจสำคัญสู่ความสุขคือความซาบซึ้งในสิ่งที่ผู้อื่นทำให้ หรือความรู้สึกขอบคุณ ความรู้สึกดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสามารถในการฟื้นฟูพลังใจ และช่วยให้คุณมีความอดทนมากขึ้น คุณจะรู้สึกเข้มแข็งขึ้นมากในยามต้องเผชิญกับเรื่องที่ไม่คาดคิด
  • จดบันทึกความรู้สึกขอบคุณ ทุกคืนก่อนนอน เขียนสามสิ่งที่คุณรู้สึกขอบคุณ กลับมาทบทวนดูสิ่งที่เขียนไว้เมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดความยากลำบากในชีวิต
  •  
  • ฝึกให้อภัยตัวเองและผู้อื่น. ตรวจสอบตัวเองดูว่าความขุ่นเคืองหรือความโศกเศร้าให้สิ่งที่ดีกับชีวิต ณ ปัจจุบันของคุณหรือไม่ ถ้าไม่ ให้สลัดอดีตทิ้งไปซะ และจงใช้ชีวิตในปัจจุบันอย่างมีจุดหมายมากขึ้น
  • เขียนเหตุผลที่คุณจะโกรธตัวเองออกมาเป็นข้อๆ และอ่านดูโดยทำตัวเป็นผู้สังเกตการณ์ ปล่อยให้อารมณ์เกิดขึ้นและดับไป และอย่าโหดร้ายกับตัวเองนัก
  • รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา หากคุณเจ็บปวดจากสิ่งที่คนอื่นพูดหรือทำกับคุณ พยายามเอาตัวเองไปอยู่ในจุดเดียวกับเขาดู มันอาจยากที่จะเข้าใจคนที่เพิ่งจะทำร้ายความรู้สึกของคุณมา แต่ให้ลองพิจารณามุมมองของเขาและสิ่งที่เขาต้องเผชิญก็เป็นการฝึกฝนที่ดีที่จะช่วยให้คุณใจเย็นลง
  •  
  • สอนการรู้จักฟื้นฟูพลังใจให้กับเด็กๆ. แม้แต่เด็กเล็กก็สามารถเรียนรู้ที่จะรับมือกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิต ให้โอกาสพวกเขาได้แก้ปัญหาบ้าง สอนพวกเขาว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติและถือเป็นโอกาสในการเรียนรู้
  • สอนให้เด็กๆ รู้จักเข้าอกเข้าใจผู้อื่น การมีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นมากๆ จะช่วยลดความคิดในด้านลบที่มักเกิดขึ้นเอง และเพิ่มความสามารถในการฟื้นฟูพลังใจได้