ประโยชน์ของการอ่าน

คุณคงเคยได้ยินงานวิจัยที่บอกว่า โดยเฉลี่ยแล้ว

คนไทยอ่านหนังสือวันละ 2 บรรทัด ต่อคน มันเป็นค่าเฉลี่ยที่ดูน้อยมากจนน่าใจหาย

ซึ่งสถิติใหม่ในปีที่ผ่านมา การอ่านหนังสือของคนไทยได้ขยับขึ้นเป็น 4 เล่ม / ปี

(จรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย)

แต่ก็ยังดูเป็นค่าเฉลี่ยที่น้อยเมื่อเทียบกับคุณประโยชน์จากการอ่านหนังสือ

ความรักในการอ่าน จะช่วยปกป้องคุณจากโรคอัลไซเมอร์ ลดระดับความเครียด

กระตุ้นให้เกิดความคิดบวก การอ่านคือวิธีที่จะทำให้สมองและร่างกายของคุณได้รับ

ประโยชน์อย่างที่คุณไม่ทันได้นึกถึง

 

การอ่านเพิ่มกล้ามเนื้อให้กับสมอง

            การอ่านจะช่วยให้สมองของคุณได้ออกกำลังกายได้มากกว่าการดูทีวีและฟังวิทยุ  ไม่ว่าคุณจะตั้งใจจดจ่อในการอ่านหรืออ่านคู่มือการทำกาแฟแค่ผ่าน ๆ   ส่วนต่าง ๆ ในสมองก็มีการพัฒนาเพื่อการทำงานในแบบอื่น ๆ เช่น วิสัยทัศน์ ภาษา และการเรียนรู้แบบมีเงื่อนไขที่เชื่อมโยงกับวงจรประสาทเฉพาะสำหรับการอ่าน ดอกเตอร์  Ken Pugh ประธานและผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Haskins Laboratories ได้กล่าวกับนิตยสาร  Oprah magazine ว่า นิสัยการอ่านนี่เองที่จะช่วยให้สมองคิดและมีสมาธิ

 

การอ่านทำให้สมองของคุณยังเด็กอยู่เสมอ

            คุณรู้หรือไม่ว่าถ้าต้องการขุดเอาหนังสือดี ๆ สักเล่มที่อยู่ในหัวคุณออกไป ต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะสามารถเอาออกไปได้หมด ผลการศึกษาจาก  Rush University Medical Center พบว่า ผู้ใหญ่ที่ใช้เวลาที่ว่างเว้นจากการทำงานไปกับกิจกรรมที่ส่งเสริมปัญญาหรือความคิดสร้างสรรค์ (เช่น การอ่านหนังสือ) มีอัตราการสูญเสียความรู้ในชีวิตประจำวันช้าลง ซึ่งช้ากว่าคนที่ไม่ได้ทำกิจกรรมเหล่านั้น 32 % ดอกเตอร์  Robert S. Wilson ศาสตราจารย์ทางด้านประสาทพยาธิวิทยา ที่ Rush University Medical Center กล่าวว่า “การแสวงหาความรู้จะทำให้สมองมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการเปลี่ยนโครงสร้างของสมองให้ทำงานได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่องทั้ง ๆ ที่อายุมีความเกี่ยวพันกับประสาทพยาธิวิทยา” และจากการรายงานข่าวของ ABC News ผลการสำรวจพบว่า ครึ่งหนึ่งของผู้สูงอายุที่อ่านหนังสือหรือเล่นเกมที่ท้าทายความคิด เช่น หมากรุก หรือ เกมปริศนาต่าง ๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง จะช่วยรักษาโรคอัลไซเมอร์ให้ดีขึ้นได้

 

การอ่านช่วยละลายความเครียดได้

            รายงานจากนักตรวจสอบน้ำหนักบอกว่า การพักผ่อนด้วยการอ่านที่ดีจะช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น cortisol (ที่ร่างกายผลิตออกมาเนื่องจากสภาวะเครียดต่าง ๆ แม้จะเป็นฮอร์โมนที่มีความจำเป็นกับร่างกายแต่เมื่อมากเกินไปก็จะส่งผลเสียในระยะยาวกับร่างกาย) และในการศึกษาของอังกฤษ พบว่า ระดับความเครียดของคนที่อ่านหนังสือลดลงถึง 67% ซึ่งมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งวัดจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่กระตุ้นความวิตกกังวลแล้วอ่านหนังสือ หรือฟังเพลง หรือเล่นวิดีโอเกม

 

การอ่านช่วยเพิ่มคำศัพท์ให้คุณ

            หนังสือช่วยขยายพจนานุกรมคำศัพท์ในหัวของคุณได้ โดยในความเป็นจริง นักวิจัยได้ประเมินไว้ว่า “เราเรียนรู้คำศัพท์ 5 – 15% จากหนังสือ จากการอ่านตามงานวิจัยทางวิชาการ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเด็กที่มีขนาดคำศัพท์สัมพันธ์โดยตรงกับหนังสือที่อ่าน”  ที่ทุกคนควรใส่ใจและดูแลให้เหมาะสม

 

การอ่านช่วยเพิ่มความเอาใจใส่

            นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย York กล่าวว่า “เรื่องราวให้มุมมองที่เปลี่ยนแปลงชีวิตได้”  การเก็บรายละเอียดเรื่องราวชีวิตของตัวละครในหนังสือจะช่วยทำให้คุณมีความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น อย่างเช่นการมองผ่านมุมมองของ Jane Eyre (จากเรื่อง Jane Eyre) อาจจะทำให้คุณเข้าใจความรู้สึกของพี่สะใภ้มากขึ้น

 

การอ่านช่วยทำให้บรรลุเป้าหมายในชีวิตได้

            การอ่านเรื่องราวของคนที่สามารถเอาชนะอุปสรรคในชีวิตของเขาได้ อาจกระตุ้นให้คุณมีกำลังใจทำเป้าหมายของตัวเองให้สำเร็จได้  นักวิจัยจาก  Ohio State University พบว่า ถ้าคุณอยากได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น การทำตามตัวละครที่เขาไปในห้องของหัวหน้าแล้วขอขึ้นเงินเดือน อาจจะทำให้คุณกล้าที่จะขอในแบบเดียวกัน ยิ่งคุณรับรู้ถึงตัวตนของตัวละครและเหตุการณ์ที่เกิดว่ามีความเหมือนกับเรื่องราวที่เกิดกับคุณมากเท่าไร คุณก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ได้ดีมากขึ้นเท่านั้น

 

การอ่านช่วยให้คุณรู้สึกเชื่อมต่อมากขึ้น

            นักจิตวิทยาจาก the University of Buffalo กล่าวว่า “เมื่อคุณคิดเหมือนกันกับตัวละครในหนังสือ คุณจะได้พบความสัมพันธ์ในชีวิตจริงที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกร่วมในตัวคุณให้มากขึ้น” กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การอ่าน Marley & Me อาจเพิ่มความสนิทสนมกับเจ้าของสุนัขที่บังเอิญพบกันที่สวนสาธารณะได้

 

การอ่านทำให้ชีวิตของคุณสดใสขึ้น

            ตอนจบอย่างมีความสุขสามารถยกระดับจิตวิญญาณของคุณได้ และนิยายก็อาจสร้างความรู้สึกทางบวกในแบบที่ละเอียดอ่อนมากขึ้นด้วย แม้แต่เหตุการณ์เล็ก ๆ ในการเล่าเรื่องก็อาจเพิ่มความทรงจำที่แสนอบอุ่นให้กับคุณก็ได้ อย่างเช่น เมื่อตัวเอกของเรื่องไปร่วมงานปาร์ตี้ริมชายหาด ก็อาจจะทำให้คุณนึกถึงปาร์ตี้บาบีคิวที่คุณเคยมีความทรงจำดี ๆ เกี่ยวกับมัน

 

การอ่านช่วยคุณประหยัดเงินได้

            นิยายโดยทั่วไปมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 170 – 780 บาท และใช้เวลาอ่านหนังสือประมาณ 6 ชั่วโมงต่อเล่ม เทียบกับการไปดูหนังไม่กี่เรื่อง  ใช้เวลาทั้งวันไปกับสวนสนุก  หรือไปทานอาหารนอกบ้าน การอ่านคือความคุ้มค่าที่เหมาะสมกับเงินที่คุณใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง

 

ที่มา : www.rd.com

ภาพจาก www.theodysseyonline.com